5 ผู้จัดการทีมขัดตาทัพ ที่ทำผลงานดีที่สุดในศึกฟุตบอล พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

Ole Gunnar Solskjær
5 ผู้จัดการทีมขัดตาทัพ ที่ทำผลงานดีที่สุด

แม้ในขณะนี้ โอเล กุนนาร์ โซลชา จะยังอยู่ในตำแหน่ง “ผู้จัดการทีมชั่วคราว” ของต้นสังกัดเก่าที่เจ้าตัวได้เคยสร้างชื่อไว้ในฐานะนักเตะอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่เจ้าตัวก็ได้แสดงศักยภาพในฐานะผู้จัดการทีมออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ ด้วยการพาทัพ ผีแดง ด้วยการแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียวจากการเข้ามาคุมทีมทั้งหมด 17 นัดรวมทุกรายการ และในจำนวนนั้น โซลชา สามารถพา แมนฯยูไนเต็ด เอาชนะไปได้ถึง 14 นัดด้วยกัน

ด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จึงทำให้หลายๆ สื่อเชื่อว่า โซลชา มีสิทธิ์ที่จะได้รับสัญญาฉบับใหม่และได้คุมทัพ ผีแดง อย่างถาวรแน่นอน แต่เขาก็ไม่ใช่กุนซือขัดตาทัพคนแรกใน พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมแบบนี้ บทความนี้จะนำพาทุกท่านย้อนกลับไปดูถึง ผู้จัดการทีมชั่วคราว ของวงการฟุตบอลอังกฤษที่เคยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและน่าประทับใจว่าจะมีใครกันบ้าง

  1. โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ (เชลซี)

    meneger-di-matteo
    ดิ มัตเตโอ ยอดกุนซือขัดตาทัพที่สามารถพาเชลซีคว้า แชมเปี้ยส์ ลีก ได้

เขาคือผู้จัดการทีมชั่วคราวที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอบครองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เขาถูกแต่งตั้งให้เข้ามาคุมทีม เชลซี ในสัญญาแบบชั่วคราวแทนที่ของนายใหญ่คนก่อนอย่าง อันเดร วิลลาช-โบอาช เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2012 และเป็นแน่นอนว่าหลายๆ สื่อก็คงจะคิดว่าพอสิ้นสุดฤดูกาลแล้ว ดิ มัตเตโอ ก็คงต้องลงจากตำแหน่ง

แต่อย่างไรก็ตาม ดิ มัตเตโอ ได้สร้างเรื่องหน้าเหลือเชื่อที่กลายเป็นประวัติศาสตร์ของสโมสรในเวลาต่อมา ด้วยการพา เชลซี คว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอบครองได้ จากการดวลจุดโทษเอาชนะทีมยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์อย่าง บาเยิร์น มิวนิค จนทำให้ความฝันของเจ้าของทีมชาวรัสเซียอย่าง โรมัน อบราโมวิช ที่อยากจะเห็นทีมได้รับถ้วยรางวัล “บิ๊กเอียร์” เป็นความจริงได้

ด้วยผลงานในระดับนี้จึงทำให้ เชลซี ไม่รอช้าแต่งตั้ง ดิ มัตเตโอ คุมทีมแบบถาวรในทันที แต่หลังจากนั้นในฤดูกาล 2012-13 เจ้าตัวกลับทำผลงานได้อย่างหน้าผิดหวังและย่ำแย่เป็นอย่างมาก จนทำให้เขาต้องถูกเด้งออกจากเก้าอี้กุนซือของสโมสร เชลซี อย่างรวดเร็วในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2012

  1. ราฟาเอล เบนิเตซ (เชลซี)

    meneger-benitez
    ราฟาเอล เบนิเตซ ยอดกุนซือขัดตาทัพ ที่เข้ามากู้สถานการณ์ให้กับเชลซี

ในช่วงเดือนพฤศกายน 2012 หลัง เชลซี ทำการปลด โรแบร์โต้ ดิ มัตเตโอ ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม สโมสรได้ทำการแต่งตั้ง ราฟาเอล เบนิเตซ เข้ารับช่วงต่อทันที ถึงแม้จะมีหลายๆ สื่อให้ความเห็นและเย้ยหยันไปในทางเดียวกันว่า เบนิเตซ ไม่มีทางที่จะกู้สถานการณ์ของ เชลซี ในเวลานั้นได้อย่างแน่นอน ซึ่งในช่วงแรกมันก็อาจจะเป็นออกมาในรูปแบบที่หลายๆ คนคิดจริงๆ เพราะเขาไม่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ในศึกชิงแชมป์สโมสรโลกมาครอบครองได้ จากการพ่ายแพ้ต่อ โครินเธียนส์ 1-0

แต่อย่างไรก็ตาม กุนซือเลือดกระทิงกลับทำให้สื่อหลายสำนักต้องทึ่ง เพราะเขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก ในซีซั่น 2012-13 มาครอบครองได้ และยังสามารถพาทีมขึ้นไปจบอยู่ที่อันดับ 3 ของตารางการแข่งขันในศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ แต่ถึงกระนั้นแล้วเขาก็ไม่ได้คุมทีมต่อหลังจบฤดูกาลนั้น

  1. กุส ฮิตดิ้งค์ (เชลซี)

    meneger-hiddink
    กุส ฮิตดิ้งค์ ยอดกุนซือขัดตาทัพของเชลซี ที่เข้ามากู้สถานการณ์ถึง 2 ครั้ง

ในโลกแห่งวงการลูกหนังมีเพียงไม่กี่คนที่จะเป็น กุนซือขัดตาทัพ ได้ถึง 2 ครั้ง ยิ่งกับสโมสรเดมแล้วนั้นยิ่งเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากมากๆ แต่สำหรับ กุส ฮิตดิ้งค์ เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าเคยผ่านประสบการณ์ในรูปแบบนั้นมาแล้ว เพราะเขาเคยเข้ารับงานเป็น ผู้จัดการทีมชั่วคราว ของสโมสร เชลซี มาแล้วถึง 2 ครั้ง ในฤดูกาล 2008-09 และ 2015-16

สำหรับครั้งแรกนั้น ฮิตดิ้งค์ เข้ามาคุมทีมในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2009 แทนที่ของ หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี่ ซึ่งเขาสามารถทำผลงานออกมาได้อย่างสุดยอด ด้วยการพาทีมแพ้ไปเพียงแค่นัดเดียว จากการลงเล่นทุกรายการ และยังสามารถคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ ส่วนในลีก พวกเขาจบฤดูกาลได้ที่อันดับ 3 ของตารางคะแนน

ในขณะที่การกลับมาคุมทีมขัดตาทัพในรอบที่สองของเจ้าตัวก็หนักหนาพอกัน เพราะในตอนนั้น เชลซี ได้มีสภาพทีมที่ย่ำแย่ติดมาจากยุคของการทำทีมของ โชเซ่ มูรินโญ่ จนถึงขนาดที่ทีมต้องตกไปอยู่ถึงอันดับที่ 16 ของตารางคะแนน แต่กุนซือชาวดัตช์ก็ทำผลงานออกมาได้อย่างหน้าเหลือเชื่ออีกครั้ง ด้วยการพาทีมไม่แพ้ใครในลีกไปถึง 12 นัดติด ทำให้จนถึงปัจจุบันนี้เขายังเป็นกุนซือที่ไม่เคยแพ้ใครในศึก พรีเมียร์ลีก ติดต่อกันนานที่สุดนับตั้งแต่วันรับงาน ก่อนที่จะพาทีมจบทีมอันดับ 10 ในซีซั่นนั้น

  1. ทิม เชอร์วู้ด (ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์)

    meneger-sherwood
    ทิม เชอร์วู้ด ยอดกุนซือขัดตาทัพลูกหม้อของ ไก่เดือยทอง

หลังจากที่สโมสรหมดความมั่นใจในตัวของ อันเดร วิลลาซ-โบอาซ กุนซือหนุ่มไฟแรงชาวโปรตุเกสจนต้องปลดเขาออกจากตำแหน่งในช่วงเดือน ธันวาคม 2013 สเปอร์ ภายใต้การบริหารงานของ แดเนี่ยล เลวี่ ก็ทำการต้องสินใจแต่งตั้ง ทิม เชอร์วู้ด เข้ามารับงานในฐานะ กุนซือขัดตาทัพ ทันที ด้วยความว่าเขาจะสามารถปลุกสปิริตภายในทีมให้กลับมาได้ เพราะเขาเคยเล่นให้กับสโมสรมาก่อน และนอกจากนั้นยังเคยรับงานในตำแหน่งผู้อำนวยการเทคนิคของ สเปอร์ มาแล้วด้วย

อันที่จริงแล้ว ทิม เชอร์วู้ด ทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ เพราะเขาสามารถพาทีมจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน พร้อมทั้งได้รับสิทธิ์เข้าไปเล่นในศึก ยูฟ่า ยูโรปา ลีก แต่ก็ยังไม่ดีพอที่จะทำให้เขาได้อยู่ต่อในฤดูกาลถัดไป จนทำให้ เชอร์วู้ด ต้องกล่าวคำอำลาสโมสรไปในช่วงเดือนพฤษภาคม 2014 แต่นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของ เลวี่ เพราะคนที่เขาดึงเข้ามาเพื่อรับงานต่อจาก เชอร์วู้ด นั้นก็คือ เมาริชิโอ ปอเซ็ตติโน่ ที่ในปัจจุบันกุนซือผู้นี้ก็สามารถสร้าง สเปอร์ ให้กลายเป็นยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

  1. เคนนี่ ดัลกลิซ (ลิเวอร์พูล)

    meneger-kenny
    ยอดกุนซือระดับตำนานของลิเวอร์พูล บิ๊กเคนนี่

ด้วยสภาพทีมแลผลงานอันเลวร้ายในยุคการทำทีมของ รอย ฮ็อดจ์สัน ในซีซั่น 2010-11 เป็นสิ่งที่ชาว เดอะ ค็อป ยังจำได้มาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งทีมบอร์ดบริหารของสโมสร ลิเวอร์พูล ก็เริ่มที่จะทนไม่ไหวเช่นกัน จนต้องตัดสินใจปลด รอย ฮ็อดจ์สัน ออกจากเก้าอี้กุนซือของทีมในช่วงเดือนมกราคม 2011

ในช่วงเวลานั้นบอร์ดบริหารจึงได้ตัดสินใจที่จะพึ่งพา เคนนี่ ดัลกลิซ ตำนานของสโมสรทันที และเขาก็ไม่ทำให้เหล่าแฟนบอล เดอะ ค็อป ผิดหวัง เพราะถึงในขณะนั้นทีมจะอยู่ในอันดับที่ 12 แต่ ดัลกลิซ ก็สามารถนำพา ลิเวอร์พูล ขึ้นมาจบอยู่ที่อันดับ 6 จนได้

ด้วยผลงานดังกล่าวจึงทำให้ ดัลกลิซ ได้รับสัญญาการคุมทีมแบบถาวรในซีซั่น 2011-12 ซึ่งในซีซั่นดังกล่าวนั้น ลิเวอร์พูล สามารถคว้าแชมป์ ลีก คัพ และเป็นรองแชมป์ เอฟเอ คัพ แต่ผลงานในลีกกลับตกต่ำลงจากการจบที่ 8 ในตารางคะแนน จนทำให้บอร์ดบริหารตัดสินใจที่จะแยกทางกับกุนซือระดับตำนานของสโมสรผู้นี้หลังจบซีซั่นทันที